DDT Magazine


DDT#32
กันยายน 27, 2007, 1:13 pm
Filed under: DDT Inside

DDT#32
September 2007
CSI: Friday

เปิดแฟ้มคดี
Cry Scene Investigation
สอบปากคำ 9 คนในใจ Friday

สู่ขวัญ บูลกุล/ ไดอาน่า จงจินตนาการ
สุทธิพงษ์ วัฒนจัง/ โอฬาร พรหมใจ
พิชัย จิราธิวัฒน์/ เหมา พันธศักดิ์ สอาดบัว
ภัทรจารีย์ อัยสิริ (น้านิด สโมสร ผึ้งน้อย)
โคลัมเบีย คอฟฟี่เฮ้าส์/เซี้ย เกาเหลาเนื้อไร้เทียมทาน

และแน่นอน พูดคุยกับชาวคณะ
CSI: Friday
แบบเต็มอิ่มในรูปลักษณ์ที่เท่ และแปลกสุดๆ

CDD#32 ก็ไม่น้อยหน้า
ยกทัพมาคับแผ่น

1.Kid Eyes View/ The Girl’s Friend From Internet
2.ใส่ใจ ( DDT Magazine Version)/Croissant
3.เพราะเธอหรือเปล่า / Ewery
4. คิดถึงฉัน / By Mint
5. โกรธฉันไหม / By Mint
6. เสียเวลาลืม / ไทด์ โพธิ์งาม
7. มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า / Blue Dock
8.ไม่กล้าบอกเธอ / บีม จารุวรรณ (Sanamluang Connects)
9. เสียดาย / 5 U (Sanamluang Connects)
10. รักไม่ช่วยอะไร / Moon (Sanamluang Connects)
11. แอบรัก (Featuring แชมป์ Love Is) / เอิ้น พิยะดา ชัยภูมิ
12. Chocolate Interview with Hangman by ป๋าเต็ด
13. No Cut! No Ban! Special Clip by พิมพกา โตวีระ

แทร็ก 12 ก็มาจากทีเซอร์ของ Hangman ที่เขาร่ำลือกันว่า…ฟังบทสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ใน DDT นั่นแหละ
ส่วน แทร็ก 13 ก็มาจากการรวมพลังของชาวหนังที่ดูแล้วสะใจสุดๆ

DDT Magazine
02-938-4082



Who’re these girl?
มิถุนายน 29, 2007, 11:36 am
Filed under: DDT Inside, เรื่องทั่วไป, แซวกันเอง

เขาเป็นใครหนอ? เขามาจากไหน?

ของฝากชิ้นหลังสุด ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งพระธรรม จากบรรณาธิการหัวศิลป์



Party’s week!!!
มีนาคม 27, 2007, 8:21 pm
Filed under: DDT Friends, DDT Inside, Event/ Gig/ Live/ Show

สวัสดีครับพี่น้อง
ใกล้สิ้นเดือนเข้ามาทุกทีก็เป็นอันเข้าใจได้ว่า
ฉบับเดือนมีนาคมใกล้จะออกแล้ววววนั่นเอง : p
คาดว่าฉบับนี้คงจะถูกใจมิตรรักแฟนดีดีทีมากมายก่ายกองเลยทีเดียว
ออกวันไหนจะรีบมาโพสต์บอกทันใด
จะได้รีบออกไปซื้อหากันมาอ่านให้สะใจ

เพราะฉบับเมษานี้
ก็จ่อก้นตามมาติดๆ
เค้าว่าเล่มเมษาจะวางเร็วกว่าที่เคย…จริงๆนะ
ปกก็เสร็จเรียบร้อย…งานนี้ก็ฝากความหวังไว้
กับพี่ๆชาวอาร์ท…จอมเลย์ทั้งหลาย
ดูสิ…เลย์ไปเลย์มามีพี่โลเลมาช่วยเลย์ด้วยซะงั้น


นอกจากจะรอชมฉบับมีนาแล้ว  ก็คอยดูกันต่อว่า
คุณโลเลมาทำอะไรกับฉบับเมษาของเรานะ???


สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนคงได้ไปโดดดิ้นกันในงาน Melody of life 2 กันมาแล้ว…ถ้าไม่ได้ไปไม่เป็นไรนะ…เรามีลายเซ็นต์จาก tahiti 80 มาฝาก…หรือมาอวดนั่นเอง อิอิอิ


จริงๆให้เค้าเซ็นต์ให้ DDT
แต่พี่เค้าคิวยาวมากเลยไม่อยากรบกวนหัวใจ

อันว่าเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการฝากข่าวมาเยอะแยะมากมายซะเหลือเกิน
สัปดาห์นี้น่าจะเป็นสัปดาห์แห่งปาร์ตี้จริงๆ
คืนนี้ (อังคารที่ 27) กับ electriceightiesland
กับ tahiti 80 (france) และ goodnight electric (indo)…รับออกจากบ้านมายังทันนะตอนนี้

ถ้าไม่ถนัดเพลงฝรั่งตื๊ดๆ ขอเชิญคืนพรุ่งนี้ 28 มีนาคม ที่ Spoon


ข่าวว่าดีเจพี่โด๋วจาก 104.5 Fat Radio จะขนเพลงไปร่วมแจมด้วยนะเนี่ย

… 

เย็นวันที่ 29 มีนา พบกับงานแถลงข่าวโปรเจคมันมันล่าสุดจากคลื่น Fat
Nokia Fat Circle ที่ลานน้ำพุ  Center Point : siam square
เวลาประมาณ 5 โมงเย็น  พบแขกรับเชิญที่จะมาบรรเลงเพลงจาก “สนามหลวงคอนเนค” กันสดๆ ทั้ง Dezember , บีม จารุวรรณ , Saliva Bastards และ ขอนแก่น

ศุกร์ที่ 30 พบกับปาร์ตี้จี๊ดๆเปรี้ยวปริ๊ดตามสไตล์ Dudesweet
พบ CHICKS ON SPEED (DJ SET)
ที่ คลับ คัลเจอร์ ตรงข้ามโรงแรมสยามซิตี้

Whatever you think Dudesweet is, think again. Now we are gonna run with scissors and Indietronica. To kick off 2007 in style, Chicks on Speed’s Alex Murray-Leslie will be on hand to help us leap as far as a bullfrog would. Chicks On Speed has been on a forefront of electro/art scene for over ten years. Aesthetically and creatively speaking, none can beat these four fearsome females at the peak of their game. Remember We Don’t Play Guitar from a few years back? Of course, you do. Alex is no stranger to Thailand, but she hasn’t had a chance to set Bangkok’s dance floors alight. And now the time has come. Dudesweet has extended our humble invitation and Alex has graciously accepted it. So, mark 30 March on your calendar because you want to be there when Alex throws in a big batch of electro, rock, dance and punk your way!
(photography courtesy of Chicks Chicks On Speed)

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.myspace.com/busypartyboy

… 

ใครใจแข็งไม่ไปไหนซักงานได้ถือว่าบาปถนัด
โดยเฉพาะคืนวันที่ 31 ::SODF::
ห้ามพลาดจริงๆ 

หวังว่าเราจะเจอะเจอกันซักงานนะอาทิตย์นี้ :)



DDT ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ คลอดแล้วจ้า
กุมภาพันธ์ 28, 2007, 6:03 pm
Filed under: DDT Inside, ข่าวDDT, เรื่องทั่วไป

cover.jpg

หน้าปกแดงฉานดุเดือดด้วยรักจากแก๊งผู้ชายก้นใหญ่
ปะทะวาจาจากก้นบึ้งของซิลลี่ฟูลส์วันที่ไม่โต

ฉาว!!! เต็ดน้อยโผล่

พี่อรอรีย์ ที่รัก แวะมาพักระหว่างทางแบบจุใจ
อยู่ดีๆ คุณกร ทัพพะรังสีก็มา พร้อมของดี คุณค่ามหาศาล
สับปะรดแนน แวะมาตอบคำถามแบบไม่เต็ม …. (สิบ)
ขาใหญ่ตัวจริงในวงการเพลงไทยทั่วประเทศ ก็มา
แอนนา…
(ฤกษ์รุ่งโรจน์) ในตำนาน ก็มา

ใครต่อใคร ต่อใคร ต่อใครก็มา
เพลงของใครต่อใคร ต่อใคร ก็มา

ไม่อยากโฆษณาเยอะ เอาเป็นว่า
ถ้าไม่อยากเสียดายเมื่อ DDT ฉบับนี้ หายไปจากแผง
และฉบับหน้าจะมาเมื่อไหร่ไม่รู้ ก็รีบไปซื้อซะ
โอเคป่ะ
จะรีบไปทำต้นฉบับเล่มหน้าแล้ว

love love



ลับหลัง V Day (Not “We” at all)
กุมภาพันธ์ 15, 2007, 3:42 pm
Filed under: DDT Inside, DarkSide, ข่าวDDT

ลับหลัง V Day (Not “We” at all)

ว่างเปล่า
เมาตู้ปลา
คุยกับสิงห์
ซิ่งสู้โสด
Someday means Everyday
เฮกันร้องเพลง
หัวใจร้องไห้
ว่างเปล่า

DDT: Hang Mode
ปล. วันนี้ บก.จุกจิก
ซ้อมรับปริญญา
โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ แถลงข่าวอัลบั้ม Living In C Major ที่เซ็นเตอร์พอยต์
ขอแสดงความยินดีไว้ ณ ที่นี้



เรียกน้ำย่อยกับ Superband Return

 

DDT Superband 2007

เพลงพิเศษจาก DDT Superband 2007 เพิ่งอัดเสียงเสร็จเมื่อคืน (20 ธ.ค. 2549) เวลา 02.30 น. ณ Center Stage Studio (aka ห้องอัดคาราบาว!!!) และจะอยู่ใน CDD ของ DDT ฉบับ 24 เดือนมกราคม 2550 (!!!) แน่นอน

ส่วนสมาชิกของ DDT Superband  เจ้าของรหัสลับ 2007 จะมีใครกันบ้าง ลองดูรูปไปพลางๆ ว่าใครเป็นใคร เป็นการเรียกน้ำย่อย

DDT Superband 2007

DDT Superband 2007

เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอบอกได้กลายๆ แล้วว่า ของขวัญวันเกิดที่ DDT และสมาชิกทุกคนของวงพิเศษวงนี้ตั้งใจมอบให้ผู้อ่านนั้นจะเจ๋งขนาดไหน



Tuesday Skoys News
ธันวาคม 19, 2006, 1:58 pm
Filed under: DDT Inside, DarkSide

เนื่องจากพักนี้ คุณ กอง บก. ที่โพสต์มีสาระ และมีแหล่งพำนักพิงแถวบล็อก
ต้องระหกระเหินไปปั่นต้นฉบับ สก๊อยจึงแอบมายึดบล็อกเป็นระยะ
เพราะเราเคลียร์ต้นฉบับเสร็จตั้งนานแล้ว ฮ่าๆๆๆ แต่เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ

วันนี้ เราขอมีสาระนิดหน่อย เริ่มจาก

ข่าวรอบโลก
ไว้อาลัยให้ ป๋าโจเซฟของทอม แอนด์ เจอรี่ และเพื่อนผอง
คิดถึงนะ
สำนักข่าวบีบีซีรายงานวันนี้ (19 ธ.ค.) ว่า นายโจเซฟ บาร์เบรา หนึ่งในทีมผู้อยู่เบื้องหลังการ์ตูนคลาสสิกชื่อดัง เช่น มนุษย์หินฟลิ้นท์สโตน ,สกูบี้ดู ,ฮัคเกิลเบอร์รี่ เฮานด์ และโยกิ แบร์ เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ขณะอายุ 95 ปี

ด้านนายบารี เมเยอร์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท วอร์เนอร์ บราเดอร์ส กล่าวว่า คาแร็กเตอร์ของตัวการ์ตูนเขาสร้างสรรค์ขึ้นมาร่วมกับหุ้นส่วนวิลเลียม ฮันนา ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างตัวการ์ตูนซุปเปอร์สตาร์เท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมอันเป็นที่รักยิ่งให้กับคนอเมริกันด้วย

ทั้งนี้ บริษัท ฮันนา-บาร์เบรา ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1950 โดยทั้งคู่เริ่มสร้างผลงานตัวการ์ตูน ทอมและเจอรี่ ซึ่งผลการสำรวจได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตัวการ์ตูนมีบุคลิกลักษณะเป็นสัตว์จริงๆ ได้รับความนิยมมาก และกลายเป็นขวัญใจคนทุกวัย

DDT ขอแสดงความเสียใจ ไว้ ณ ที่นี้
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ และ บีบีซี
http://www.thairath.com/online.php?section=newsthairathonline&content=30619
http://news.bbc.co.uk/2/hi/entertainment/6191999.stm


ข่าวรอบกอง
หลังจากคุณ บก. ตัวเล็ก และ บก. ภาษาเพลง ได้ออกอาการหลงใหลได้ปลื้ม
99.5 เดอะ เรดิโอ รายการวิทยุหน้าใหม่โดยคนรุ่นเดอะ จนออกนอกหน้า
ชาวสก๊อยซึ่งมีคติฟังหูไร้หู (เอ้ย ไว้หู ตึ่งโป๊ะ) ก็ทำหน้านิ่งๆ ไว้
แล้วไปแอบฟังลับหลัง
ปรากฏแว่…
ของเขาเดอะจริงๆ รายการเพลงเก่า เพลงใหม่ คัดสรรอย่างมีคุณค่า พร้อม educate อย่างมีราคา Oh my Pod! เพลินหู ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะคนที่คิดถึง พี่ซัน มาโนช พุฒตาล ป้าแต๋ว วาสนา วีระชาติพลี พี่อ้อ เดือนเพ็ญ สีหรัตน์ และพี่ๆ รุ่นเก๋าทั้งหลาย พวกเขารอคุณอยู่ที่นี่

ข่าวรอบสก๊อย
ปิ๊ดปิ้ว ฮ่าๆๆ ขอมอบเพลงนี้ ให้พี่น้องกอง ดีดีที ที่กำลังปั่นต้นฉบับกันอยู่

You can get it if you really want
You can get it if you really want
You can get it if you really want
But you must try, try and try
Try and try, you’ll succeed at last
Persecution you must bear
Win or lose you’ve got to get your share
Got your mind set on a dream
You can get it, though harder them seem now
You can get it if you really want
You can get it if you really want
You can get it if you really want
But you must try, try and try
Try and try, you’ll succeed at last
I know it, listen
Rome was not built in a day
Opposition will come your way
But the hotter the battle you see
It\’s the sweeter the victory, now

You can get it if you really want
You can get it if you really want
You can get it if you really want
But you must try, try and try
Try and try, you’ll succeed at last

You can get it if you really want
You can get it if you really want
You can get it if you really want
But you must try, try and try
Try and try, you’ll succeed at last

You can get it if you really want - I know it
You can get it if you really want - though I show it
You can get it if you really want
- so don’t give up now

Song: You Can Get It If You Really Want
Artist: Jimmy Cliff

**หมายเหตุ
ทำไม ไม่ใส่ลิงค์เพลงน่ะเหรอ ใช่ว่าจะใส่ไม่เป็น (ก็ใส่ไม่เป็นน่ะแหละ)
เพลงนี้ ต้องร้องเอง ถึงจะ อินนนนนนนนนนน สู้ๆ นะ ทุกคน
May The Power (of Heart) be with U :) Jub Jub



deadline
พฤศจิกายน 15, 2006, 1:06 pm
Filed under: DDT Inside, DarkSide, ระหว่างทาง

ถ้าสำนวน deadline ที่นำมาใช้กับการปิดต้นฉบับ เป็นสำนวนที่เกิดขึ้นได้จริงตรงตามคำแล้วล่ะก็ ป่านนี้ข้าพเจ้า (และใครอีกหลายคน) คงจะ dead กันไปวันหลายรอบแล้วแน่ๆ

ช่วงนี้จึงขอพักเรื่องใหม่ๆ ใน blog นี้ไว้ชั่วคราวก่อน ทีมงานขอตัวไปปิดต้นฉบับให้เสร็จภายในวันนี้จ้ะ

ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ ปิดต้นฉบับ!



แถวนี้ผมใหญ่สุด

ได้เวลาทำเสื้อยืดกันอีกแล้ว

พอถึงแฟตเฟสทีไรในออฟฟิศเราก็คุยกันแต่เรื่องเสื้อยืดทุกที

ปีที่แล้วบู๊ธแฟตและดีดีทีขายเสื้อยืดรวมกันได้สามพันตัว

แต่เชื่อหรือไม่ผมใส่เสื้อดีดีทีไม่ได้ซักตัว

แล้วจะโทษใคร อยากเกิดมาตัวใหญ่เอง

ปีนี้จะไม่พลาดแล้ว จะเตรียมเสื้อตัวที่ใส่พอดีไปเป็นแบบให้เขาทำไซส์ใหม่เรียกว่าไซส์ป๋า

จึงทำให้เสื้อปีนี้จะมีสี่ไซส์ S M L แล้วก็ ป๋า

ใครมีปัญหาเดียวกันกับผมก็ถามหาไซส์ป๋าได้นะครับ

วันนี้เอาแค่นี้ก่อน

วันหน้าจะมาเล่าเรื่องที่ได้ไปสัมผัสมืออ.ฟูจิโอะ ฟูจิโกะญี่ปุ่นให้ฟัง

ไม่ได้โกหกนะ สัมผัสมือมาจริงๆ

นี่ไง มืออาจารย์เขาจริงๆ

แล้วคราวหน้าจะเล่าให้ฟัง



DDT: Musiclopedia
ตุลาคม 24, 2006, 2:58 pm
Filed under: DDT Inside

“Progressive Rock/ Art Rock”

[Published in DDT Magazine Issue#3]

“โปรเกรสซีฟร็อก (Progressive rock) และอาร์ตร็อก (Art Rock) คือสองแนวดนตรีที่เป็นเสมือนคู่ฝาแฝดในกันและกัน อันถือกำเนิดจากนักดนตรีชาวอังกฤษที่พยายามยกระดับดนตรีร็อกให้สูงล้ำขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความสลับซับซ้อนของเนื้อดนตรีที่ทวีขึ้นอีกหลายเท่าตัว ความโดดเด่นของเนื้อหาที่ลึกซึ้งราวกับยกมาจากบทกวีในวรรณกรรมโบราณระดับคลาสสิค และการเล่นดนตรีที่หลุดออกจากกรอบของกีตาร์เบสกลองทั่วๆ ไปในช่วงปลายยุค 60

“ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดจากเพียงไม่กี่ประการของสองแนวดนตรีนี้คือ โปรเกรสซีฟ ร็อก นั้นจะมีรูปแบบดนตรีที่มีความเป็นอนุรักษ์นิยมมากกว่า และแนบชิดอยู่กับอิทธิพลของดนตรีคลาสสิค ส่วนเนื้อร้องก็จะให้ความสำคัญกับความสละสลวยทางการประพันธ์มากกว่า หากไม่เป็นการร่ายบทกวีก็จะเป็นเรื่องราวในแบบนิยายวิทยาศาสตร์ ในขณะที่อาร์ตร็อกนั้นจะมีลักษณะของการทดลองและได้รับอิทธิพลของดนตรีอวองการ์ตในปริมาณที่สูงกว่า และทดแทนความทะเยอทะยานในโลกของดนตรีคลาสสิคของเนื้อเสียงที่แปลกใหม่แทน

“ทั้งสองแนวดนตรีแตกต่างจากแวดวงป๊อปที่ขับเน้นซิงเกิ้ลความยาวสามนาทีเป็นหลัก ด้วยการนำเสนอบทเพลงในรูปแบบของอัลบั้มเป็นสำคัญ รวมทั้งการประพันธ์เพลงที่ยาวขึ้น มีโครงสร้างซับซ้อนขึ้น และการบรรเลงดนตรีที่ขยับขยายแนวทางและลีลาออกไปอีก และจากประวัติศาสตร์กว่าสามทศวรรษของศิลปินในแนวทางโปรเกรสซีฟร็อก อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือนเอกลักษณ์หนึ่งก็คือ การทำอัลบั้มที่มีเนื้อหารวมศูนย์อยู่ที่แนวคิดรวบยอดเพียงเรื่องเดียวหรือที่เรียกกันว่า คอนเซ็ปต์อัลบั้ม (Concept Album) นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของชีวิตศิลปินที่ถือกำเนิดมาหลังจากยุคสงครามโลกครั้งที่สองของ Pink Floyd (อัลบั้ม The Wall) หรืออัลบั้ม Tales From Topographic Ocean ของ Yes ที่นำแนวคิดมาจากบทความเกี่ยวกับวิถีของโยคี (Autobiography of a Yogi) ในขณะเดียวกันแนวดนตรีสองแนวนี้ก็เป็นแนวทางแรกที่ริเริ่มนำซินซิไซเซอร์และรายละเอียดดนตรีในแบบอิเล็กโทรนิคเข้ามาสู่ดนตรีร็อก

“เมล็ดพันธุ์แรกๆ ที่ส่งผลออกดอกออกมากลายมาเป็นดนตรี โปรเกรสซีฟ และอาร์ตร็อกในเวลาต่อมานั้นจะจุดเริ่มอยู่ในบทกวีของ Bob Dylan และอัลบั้มในแบบคอนเซ็ปต์อย่าง Freak Out! ของ the Mothers of Invention และ Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band ของวงสี่เต่าทอง the Beatles ซึ่งพิสูจน์ให้โลกเห็นว่ดนตรีร็อกสามารถเป็นได้มากกว่าดนตรีของวัยรุ่น และสามารถนำเสนออย่างจริงจังในรูปแบบของงานศิลปในอีกรูปแบบหนึ่งได้

“ดนตรีโปรเกรสซีฟร็อกได้เติบโตขึ้นอย่างจริงจังภายหลังจากจุดสูงสุดของซีนไซคีเดลิคในปี 1967 ด้วยผลงานคลาสสิคอล/ซิมโฟนิก ร็อก (Classical/Symphonic rock) ของ the Nice, Procol Harum และ the Moody Blues ก่อนที่จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะแนวทางขึ้นมาด้วยฝีมือของวง King Crimson กับอัลบั้มชุดแรก In the Court of the Crimson King ในอีกสองปีหลังจากนั้น และเริ่มขยับขยายเป็นสังคมของตัวเองอย่างเด่นชัดที่เมืองแคนเตอร์เบอรี่ที่มี the Soft Machine เป็นหัวหอก จากนั้นก็กลายมาเป็นกระแสหลักของความนิยมในช่วงครึ่งแรกของยุค 70 Emerson, Lake & Palmer, Yes, Jethro Tull, Genesis และ Pink Floyd คือวงดนตรีระดับแนวหน้าในช่วงเวลานั้น ในขณะเดียวกันแวดวงของศิลปินที่มีรูปแบบการนำเสนอที่สลับซับซ้อนกว่านั้นก็ถือกำเนิดขึ้นในประเทศเยอรมนี

“อย่างไรก็ตาม กระแสความนิยมของดนตรีโปรเกรสซีฟ และอาร์ตร็อก ก็ถึงจุดอิ่มตัวและเสื่อมสลายลงในช่วงครึ่งหลังของยุค 70 พร้อมทั้งถูกแทนที่ด้วยดนตรีที่เรียบง่าย และก้าวร้าวในเนื้อหาอย่างดนตรีพังค์ ที่มีรูปแบบตรงกันข้ามกับความซับซ้อนเข้าใจยากของสองคู่แฝดนี้อย่างโดยสิ้นเชิง ศิลปินในแนวทางนี้ส่วนใหญ่ก็จะล้มหายตายจากไป เหลือเพียงผู้นำกระแสเพียงไม่กี่ราย ซึ่งเกือบทั้งหมดต้องปรับรูปแบบดนตรีเพื่อให้เข้ากับความต้องการของคนฟัง ซึ่งกลายมาเป็นต้นธารแรกของดนตรีโปรเกรสซีฟร็อกในแบบร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น จากผลงานของวงอย่าง Marillion ในยุค 80

“บทเพลงในแบบโปรเกรสซีฟร็อก หรือาร์ตร็อกเริ่มเข้ามามีอิทธิพลของนักดนตรีไทยในช่วงนี้เอง อาทิบางส่วนของเพลงของวง Rockestra ในยุคแรกทั้ง เทคโนโลยี หรือ วิทยาศาสตร์ ทว่าส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่ในวงแคบๆ ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม เรามาร้องเพลงกัน ของ เรวัต พุทธนันทน์ กับวงคีตกวี อัลบั้มของวงอนัตตา และงานเพลงของวง Butterfly Camera Eyes หรือจินตา แม้กระทั่งธเนศ วรากุลนุเคราะห์ก็เคยสร้างสรรค์งานในแนวทางนี้กับอัลบั้ม คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต มาแล้ว แต่ก็เป็นเพียงการจุดประกายเล็กๆ เช่นเดียวกับในต่างประเทศที่ดนตรีโปรเกรสซีฟได้ตายไปจากธุรกิจเพลงไปแล้ว ก่อนที่จะพัฒนาจนกลายเป็นดนตรีโปรเกรสซีฟเมทัลในช่วงยุค 90 ที่สร้างความสำเร็จได้พอสมควร จนเกิดเป็นขบวนการนีโอโปรเกรสซีฟร็อกอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในงานของ Dream Theater, Ayreon, Spock’s Beard ฯลฯ อันแสดงให้เห็นว่าถึงแม้ว่ารูปแบบดั้งเดิมของโปรเกรสซีฟ หรืออาร์ตร็อกจะเสื่อมความนิยมลง แต่จิตวิญญาณของทั้งสองแนวก็ยังคงแอบแฝงอยู่ในนักดนตรีที่ต้องการนำเสนอบางสิ่งบางอย่างนอกเหนือจากดนตรีที่ตรงไปตรงมาในแบบมาตรฐานตลอดมาเช่นเดียวกัน”

Top Artists
+ Emerson, Lake & Palmer
+ Genesis
+ King Crimson
+ Pink Floyd
+ Yes
+ อนัตตา
+ Butterfly
+ Camera Eyes
+ เสียมเรียบ
+ พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

Top Albums
+ Dark Side of the Moon / Pink Floyd
+ In the Court of the Crimson King / King Crimson
+ Todd Rundgren’s Utopia / Utopia
+ The Human Equation / Ayreon
+ Kalevala: A Finnish Progressive Rock Epic / Various Artists
+ Butterfly II / Butterfly
+ คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต / ธเนศ วรากุลนุเคราะห์
+ ปลายศตวรรษที่ 20 / ปนาพันธ์ II
+ สมุทรกำสรวล / เสียมเรียบ
+ แชมบาลา / พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

Top Songs
+ Supper’s Ready / Genesis
+ Thick As A Brick / Jethro Tull
+ Close to the Edge / Yes
+ Karn Evil 9 / Emerson, Lake & Palmer
+ Cygnus X-1 Book II Hemispheres / Rush
+ พรรณวดี / อนัตตา
+ ดนตรีคีตา / เรวัต พุทธินันทน์ และ คีตกวี
+ Action! / Butterfly
+ (จิต) จากใจ / ธเนศ วรากุลนุเคราะห์
+ ภาพสุดท้าย / Camera Eyes